[OS BigBang] My Breath

posted on 20 Sep 2011 09:44 by ficland  in SF

Title :  My Breath

Author : k-yoshiki

Genre : AU/Yaoi/

Rate : PG13

Paring : TempG&Tae7en

Author Note : .......

 

 

 

+++++++++++++++

 

 

                ตื๊ด... ตื๊ด... ตื๊ด... ตื๊ด... 

 

          เสียงชีพจรดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอในห้องผู้ป่วยแบบพิเศษ แสงแดดอ่อนๆส่องร่างบนเตียงที่นอนสงบนิ่งประดุจเจ้าชายนิทรา ร่างกายที่เคยสมบูรณ์บัดนี้กลับซูบผอม ใบหน้าที่เคยหล่อเหลากลับซีดเซียว ร่างกายปฏิเสธการมีชีวิตอยู่จนคนเป็นหมอต้องใช้เครื่องช่วยหายใจยื้อชีวิตไว้

 

 

                “เทมป์ เมื่อไหร่นายจะกลับมา” มือบางสองมือกอบกุมมือคนบนเตียงเข้ามาแนบชิดอก กว่า 3 เดือนแล้วนี่เค้าพูดพร่ำกับร่างคนตรงหน้า แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น

 

 

                “เทมป์ นายยังมีพี่นะ ใจคอนายจะทิ้งพี่ไปอีกคนหรือไงกัน” ยิ่งพูดน้ำเสียงก็ยิ่งสั่นเครือ ร่างกายที่ไม่เคยมีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆมานานกว่าหลายเดือน ...ต่อให้พูดยังไง อีกฝ่ายก็ไม่มีทางได้ยิน...

 

 

                “กลับมาเถอะนะ ได้โปรด พี่จะรอนายอยู่ตรงนี้ นายต้องกลับมานะเทมป์” เอื้อมไปลูบศีรษะคนที่นอนอยู่อย่างเบามือ ก่อนจะเดินออกจากห้อง

 

                                                                        

                สองขาก้าวเดินอย่างไร้จิตใจ ในเมื่อตัวเองยังเอาไม่รอดแบนี้ จะมีปัญญาไปรักษาใครเค้าได้ กว่า 3 เดือนมาแล้วเค้าที่ลางานอย่างไม่มีกำหนด จมดิ่งอยู่กับความคิด โทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากวันนั้นเค้าเอะใจสักนิด เรื่องก็คงไม่เป็นแบบนี้

 

                ความเหนื่อยและเมื่อยล้าถาโถมเข้ามาทันทีที่ได้ทอดแรงลงบนโซฟานุ่ม เปลือกตาหนักซะจนแทบฝืนไม่อยู่ หากไม่รับรู้ว่ามีใครอีกคนได้เข้ามาในห้อง เค้าคงจะหลับไปแล้ว

 

 

 

                “เหนื่อยมากใช่หรือเปล่า” ร่างบางนอนนิ่งปล่อยให้อีกคนขยับร่างของเค้าไปวางที่ตักอย่างโดยดี

 

 

                เจ้าของห้องไล้มือสากไปทั่วใบหน้าหวาน ยิ่งเห็นว่าใบหน้าที่เคยผ่องใส กลับซีดเซียว ขอบตาคล้ำเพราะการอดนอน ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ “นายควรจะพักผ่อนบ้างนะดองอุค”

 

 

               

                “ขอโทษฮะ พี่แทบิน” หลายต่อหลายครั้งที่ทำตัวให้อีกฝ่ายต้องเป็นห่วง แค่คำขอโทษคงอาจจะไม่พอ

 

 

                “พี่ไม่ได้โกรธนายหรอกนะ ก็แค่เป็นห่วง” สัมผัสอุ่นจากมือไล้แผ่วที่ผิวหน้า

 

 

               แม้ในใจจะมีแต่ความเศร้า ความกังวล แต่เมื่อได้เห็นนัยน์ตาอันอบอุ่นจากคนนี้แล้ว เหมือนความทุกข์ในใจที่มีจะจางหายลงไปได้บ้าง

 

 

                รอยยิ้มที่อ่อนโยนระบายบนใบหน้าคมก่อนจะลูบเรือนผมสีอ่อนเบาๆ “นอนเถอะดองอุค สักนิดก็ยังดีนะ”

 

                         

                ร่างบางเพียงยิ้มรับก่อนจะปล่อยร่างกายให้ได้พักผ่อน ฝ่ามือหนาสอดประสานกุมมือบางไว้มั่น แม้ว่าคนตรงหน้าจะต้องเผชิญความทุกข์มากมายสักเท่าไหร่ แต่เค้าคนนี้จะคอยเป็นหลักให้ร่างบางตลอดไป เค้าคนนี้จะไม่ยอมปล่อยให้เหตุการณ์ร้ายๆเกิดขึ้นซ้ำ 2 อีกเป็นแน่

 

 

 

+++++++++++++++++++++

         

 

                 “จียง ฉันคิดถึงนาย” ซึงฮยอนพร่ำพูดกับคนในกรอบรูป คนที่เคยยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ ที่จากนี้ไม่มีอีกแล้ว... น้ำตาใสไหลหยดลงบนกรอบรูปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต่อให้พูดไปเท่าไหร่คนที่ตายแล้วก็ไม่ฟื้นคืนมา

 

 

                กว่าจะพ้นคืนพ้นวันไปได้แต่ละนาทีมันช่างทรมาน การที่ต้องมีชีวิตอยู่คนเดียวโดยปราศจากคนที่รัก มันเป็นสิ่งเดียวที่เค้าไม่อยากเผชิญ

 

 

          ไม่ว่าจะมองไปยังที่ใด ก็จะเจอแต่ภาพความทรงจำ ทุกๆสิ่งที่เคยทำร่วมกันมันผุดขึ้นมาตอกย้ำไม่ว่าจะยามหลับหรือยามตื่น เสียงหัวเราะยังคงดังก้องอยู่ในหู ทุกๆอย่างยังคงเหมือนเดิม

 

 

                ผิดก็แต่ที่วันนี้ ไม่มีจียง.......

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

                “เทมป์ กินอะไรบ้างเถอะ” ดองอุคมองน้องชายตัวเองอย่างไม่สบายใจ หลายอาทิตย์แล้วที่ซึงฮยอนปฏิเสธอาหาร ร่างกายที่เคยแข็งแรงเริ่มซูบผอม แม้เค้าจะให้วิตามินไปพร้อมน้ำเกลือ แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรถ้าหากน้องชายเค้ายังเป็นแบบนี้

 

 

 

                “เทมป์ อย่าทำแบบนี้สิ พี่เป็นห่วงนายนะ” มือบางลูบไล้ใบหน้าคมอย่างห่วงใย ตั้งแต่ที่จียงจากไป ซึงฮยอนก็พูดน้อยลง และไม่ยอมทำอะไร เอาแต่เฝ้ามองดูรูปจียง มือหนานั้นกอดรูปจียงแนบอกไว้แน่นราวกับว่าไม่ต้องการพลัดพรากกันอีก

 

                อยู่ๆหยาดน้ำตาใสไหลจากนัยน์ตาคมที่เหม่อลอย ทำเอาดองอุคกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ถ้ามีแผลที่กายเค้ายังพอรักษาให้ได้ แต่การเป็นแผลที่ใจเค้าไม่รู้จะรักษาให้ยังไง เมื่อคนที่เป็นน้องชายเอาแต่ปิดกั้นจิตใจไม่เปิดรับใครอย่างนี้

 

 

                น้ำตาคนที่รักก็เป็นเหมือนดั่งคมมีด ยิ่งไหลเท่าไหร่ก็ยิ่งกรีดใจมากเท่านั้น ....

 

 

                .

 

 

.

 

 

.

 

 

จากวันเป็นอาทิตย์ จากอาทิตย์กลายเป็นเดือน แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ดองอุคพาซึงฮยอนมารักษาที่โรงพยาบาล ขนาดจิตแพทย์ยังต้องส่ายหน้า ไม่มีประโยชน์อะไรถ้าหากคนไข้ยังปิดใจอยู่เช่นนี้

 

 

ซึงฮยอนยังคงนอนนิ่ง จิตใจปฏิเสธโลกแห่งความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง ไม่รับ ไม่รู้ ไม่พูดอะไร  มีร่างกายแต่ไร้จิตใจ ไม่ต่างอะไรกับคนที่ตาย...ทั้งเป็น

 

 

 

ทุกๆวันดองอุคทำได้แต่เพียงเฝ้ามอง แม้จะเหนื่อยแค่ไหนแต่เค้าจะอ่อนแอไม่ได้ เค้าต้องทำให้ซึงฮยอนเห็นว่าเค้ายังเข้มแข็งจนกว่าซึงฮยอนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

 

 

 

จนกระทั่ง......

 

“พี่ฮะ ผมเหนื่อย” ดั่งมีน้ำทิพย์มาชโลมใจ แม้น้ำเสียงจะแผ่วเบาและโรยแรง แต่อย่างน้อยซึงฮยอนก็พูด

 

 

“เทมป์” สองมือที่สั่นเทากอบกุมมือหนาไว้แนบหน้า น้ำตาอุ่นไหลรินอาบแก้ม ในที่สุดปาฏิหารย์ที่เค้าเฝ้าวอนขอก็เกิดขึ้น

 

 

“ผมเหนื่อย” น้ำเสียงแหบต่ำเอ่ยอีกครั้ง ก่อนที่เปลือกตาจะค่อยๆปิดลง

 

 

“ไว้นายตื่นมาค่อยคุยกันนะ” ดองอุคลูบเรือนผมสีดำแทนการกล่อมเหมือนที่เค้าชอบทำเมื่อตอนซึงฮยอนยังเด็ก

 

 

 

 

ถ้าหากเอะใจสักนิดว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้ยินเสียงซึงฮยอน ก็คงไม่เป็นแบบนี้....

 

 

 

+++++++++++++++++++++++

 

         

อิม แทบินใช้จังหวะที่ดองอุคกำลังหลับสนิทฉีดยานอนหลับอ่อนๆเสริมให้กับคนรักอีกที เค้ารู้ดีว่าดองอุคต้องเหนื่อยมากแค่ไหน ก็เลยหวังดีอยากจะให้คนรักพักผ่อนได้เต็มที่สักนิดบ้างก็ยังดี

 

 

แทบินก้าวเข้ามาในห้องผู้ป่วยอย่างคุ้นเคย หลายเดือนแล้วที่ซึงฮยอนนอนอยู่ตรงนี้ เค้านึกถึงภาพวันเวลาเก่าๆ นึกถึงภาพที่ซึงฮยอนยิ้มและมีความสุข มันดูดีมากเพียงไร แต่วันนี้ไม่มีอีกแล้ว

 

สายตาคมทอดไปทั่วร่างที่นอนอยู่ เค้าเองก็รักซึงฮยอนเหมือนน้องชายคนนึง แต่จนกระทั่งวันนี้ บางครั้งเค้าก็นึกเกลียดซึงฮยอน เกลียดความอ่อนแอของซึงฮยอนที่ทำร้ายดองอุค ใครจะรู้ว่าผู้ชายตัวโตๆอย่างซึงฮยอนจะมีจิตใจที่อ่อนแอและเปราะบางยิ่งกว่าแก้ว เมื่อสูญเสียคนรักก็เหมือนโลกทั้งใบพังพินาศ

 

 

การที่เค้าและดองอุคปล่อยให้ซึงฮยอนอยู่คนเดียวตามลำพังตามที่ขอ เป็นสิ่งที่พวกเค้าทำผิดพลาดอย่างมหันต์ กว่าจะรู้ตัวอีกครั้งก็สายไปเสียแล้ว จิตใจของซึงฮยอนแตกร้าวจนแทบละเอียด ไม่มีทางใดจะซ่อมแซมมันคืนกลับมาได้

 

 

“ฉันควรทำยังไงดี ซึงฮยอน” เสียงนุ่มเอ่ยแผ่วราวกับสายลม เมื่อคนนึงอยากจะไปแต่คนนึงกลับยื้อให้อยู่ทุกวิถีทาง ไม่ว่าทางไหนก็มีแต่คนเจ็บปวด แล้วเค้าควรจะอยู่ข้างใคร

 

 

“ถ้าหากวันไหนนายต้องไปจริงๆ ฉันสัญญาว่าฉันจะดูแลดองอุคให้ดี ฉันจะไม่ให้เค้าเป็นเหมือนนายตอนนี้แน่นอน” น้ำเสียงนุ่มเอ่ยด้วยความหนักแน่น ก่อนจะหันหลังกลับออกจากห้องไป ไม่รู้ว่าสิ่งที่เค้าต้องการจะสื่อซึงฮยอนจะรับรู้หรือไม่ แต่เค้าสัญญากับตัวเองไว้แล้ว ไม่ว่าอย่างไรเค้าก็จะดูแลคนรักของเค้าให้ดีที่สุด

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++

 

 

“พี่ฮะ”

 

….

 

 

“พี่ฮะ”

 

 

ใบหน้าหวานค่อยๆปรือตามอง จากภาพที่เลือนรางค่อยๆปรับโฟกัสจนชัดขึ้น ใบหน้าคมคายและดวงตาคู่สวยกำลังอยู่ตรงหน้าเค้า ถ้าหากว่ามันเป็นความฝันเค้าก็อยากจะหยุดเวลานี้ไว้ไม่ปล่อยให้มันไหลผ่านไปแม้แต่สักวินาทีเดียว

 

 

“เทมป์” ร่างบางพุ่งเข้ากอดคนตรงหน้าอย่างไม่รีรอ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ยิน ไม่ได้กอดคนตรงหน้า

 

 

“ผมขอโทษ” คนเป็นน้องกระชับกอดให้แน่นขึ้น ใบหน้าคมซุกอยู่บนไหล่บางราวกับเด็กน้อยที่กำลังอ้อนออด

 

 

“ไม่เป็นไร ขอเพียงแค่นายกลับมา พี่ก็ไม่เป็นไรแล้ว” น้ำเสียงหวานเครือสั่น เมื่อความรู้สึกที่เคยเก็บกักไว้ค่อยๆพังทลายออกมา

 

 

“ผมขอโทษฮะ

 

 

 

......แต่ผมต้องไป” สิ้นคำจากอีกฝ่าย ทำนบน้ำตาก็ไหลรินอย่างไม่หยุด ถึงแม้ว่าจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ยังไงเค้าก็ยังคงทำใจไม่ได้อยู่ดี

 

 

สองมือกำหมัดแน่น เสียงสะอื้นลอยแผ่วเบาให้ได้ยินเป็นระยะ ซึงฮยอนทำได้เพียงลูบหลังปลอบใจ รู้ดีว่ามันจะทำร้ายจิตใจคนฟังแค่ไหน แต่ก็ต้องพูดออกมา

 

 

“ผมขอโทษที่ต้องทิ้งพี่ไป”

 

 

ฮึ่ก~

“ผมขอโทษที่ดูแลพี่ไม่ได้

 

 

“ฉัน..ฮะ ฮึ่ก ไม่ให้นายไป” ก้อนสะอื้นนั้นจุกอยู่ที่คอ น้ำตาอุ่นรินรดบนไหล่กว้างอย่างต่อเนื่อง ทำไมซึงฮยอนต้องทิ้งเค้าไป

 

 

“มันถึงเวลาที่ผมต้องไปแล้วจริงๆ” ซึงฮยอนดึงอีกฝ่ายให้มาประจันหน้า เค้าใช้นิ้วเกลี่ยน้ำตาออกอย่างเบามือ แต่ถึงอย่างนั้นดวงตาที่แดงก่ำก็ยังมีน้ำตารื้นออกมาอย่างไม่หยุด นี่เป็นครั้งแรกที่เค้าทำให้ดองอุคต้องร้องไห้หนักขนาดนี้ และคงเป็นครั้งสุดท้าย.....

 

 

“ถ้านายไปแล้วฉันจะอยู่ยังไง”

 

 

“พี่ยังมีพี่แทบินอยู่นะฮะ พี่แทบินรักพี่มาก ผมเชื่อว่าเค้าดูแลพี่ได้ดีกว่าผม” ดองอุคเอาแต่ก้มหัวส่ายหน้าไปมา มือบางก็กำชายเสื้อของอีกฝ่ายไว้ไม่ยอมปล่อย จนซึงฮยอนต้องประคองหน้าให้ขึ้นมาสบตา

 

 

“ผมเชื่อว่าพี่จะเข้มแข็งอดทนจนผ่านมันไปได้” ซึงฮยอนยิ้มบางๆ ก่อนที่ร่างกายจะค่อยๆโปร่งใสมากขึ้นเรื่อยๆ

 

 

“ไม่นะ ไม่!” ดองอุคกรีดร้องเมื่อรู้ว่าเวลาของเค้ากับซึงฮยอนกำลังจะหมด

 

 

“ถ้ามีโอกาสอีกสักครั้ง ผมก็อยากเกิดมาเป็นน้องชายพี่อีกนะฮะ” ร่างสูงสวมกอดคนหน้าหน้าเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างจะเลือนหายไปในพริบตา

 

 

.

 

.

.

 

 

“เทมป์!!!!!!!!!!!”ดองอุคสะดุ้งเฮือกจนลุกขึ้นมานั่ง หยาดน้ำตายังร่วงหล่นอย่างไม่หยุด ถ้าหากฝันนั่นจะเป็นจริง? เค้ากลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างลำบาก ก่อนที่จะค่อยๆก้าวลุกเดินอย่างโซเซ

 

 

เค้าเดินอย่างช้าๆท่ามกลางความวุ่นวายของเหล่าพยาบาล เหมือนจะมีใครต่อใครพยายามพูดอะไรกับเค้า แต่หูกลับไม่ได้ยินสักนิด แม้ว่าขาจะไร้เรี่ยวแรง แต่เค้าก็พยายามก้าวเดินไปจนถึงหน้าห้องของซึงฮยอน

 

 

เครื่องช่วยหายใจถูกถอดออก เหลือแต่ใบหน้าคมคายที่ว่างเปล่า ไม่มีเสียงเครื่องช่วยหายใจที่เค้าเคยชินอีกแล้ว ค่อยๆเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้า อุณหภูมิร่างกายมันยังคงอุ่นอยู่

 

 

คงเพิ่งไปได้ไม่นานสินะ....

 

 

“ลาก่อนนะเทมป์” เค้าสวมกอดร่างที่ไร้วิญญาณของน้องชายเป็นครั้งสุดท้าย อย่างน้อยรอยยิ้มบางๆบนใบหน้าคมนั่นก็ทำให้เค้ารู้ได้ว่า ซึงฮยอนจากไปอย่างมีความสุข....

 

 

“ดองอุค” เสียงเพรียกแผ่วเบาทำให้เค้าละกอดจากคนตรงหน้า เค้าพยายามยิ้มกลับไปให้คนที่เรียกชื่อทั้งๆที่ปากยังสั่นระริก

 

 

“ผมไม่เป็นไร” ร่างบางปลิวสู่อ้อมอกคนตรงหน้า มือหนาลูบหัวอย่างปลอบโยนเพียงเท่านั้น ร่างบางก็ปลดปล่อยทุกสิ่งที่อยู่ในใจออกมาทันที

 

 

“ร้องไห้หมดเลยนะดองอุค หลังจากนั้นต้องเข้มแข็ง พี่จะอยู่ข้างนายเอง”

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

+++++++++++++++++++++++

 

 

ลมพัดเอื่อยๆที่เนินเขาเขียวขจี ท่ามกลางทุ่งหญ้าผืนใหญ่ มีบ้านไม้หลังเล็กๆอยู่ตรงกลาง  ข้างๆกันนั้นก็มีสวนดอกไม้แปลงเล็ก ๆ ที่ต่างพากันชูช่ออวดความงามให้แก่ผู้ที่พบเห็น

 

แทบินและดองอุคเดินมาหยุดที่เงาของร่มไม้ใหญ่ มือบางเอื้อมมาไล้แท่นหินอ่อน ที่สลักลายชื่ออันงดงามสองชื่อไว้ด้วยกัน Choi Seunghyun&Kwon Jiyong

 

 

“หวังว่านายกับจียงคงสบายดีกันนะ” ดองอุควางช่อดอกไม้ไว้หน้าแท่นหินอ่อน ก่อนจะพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

 

 

“ที่นี่สวยมากจริงๆ หวังว่าคงจะถูกใจพวกนายสองคนนะ” ดองอุคมองทัศนียภาพไปรอบๆ ซึงฮยอนกับจียงเคยวาดฝันไว้ว่าจะมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขที่ผืนดินแห่งนี้ มีเพียงกันและกันในบ้านหลังเล็กๆที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ

 

 

.......และนี่ก็คงจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เค้าทำให้ได้

 

 

“ทั้งสองคนหลับให้สบายเถอะนะ ไม่ต้องห่วง พี่จะใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งเผื่อในสวนของนายเองเทมป์” แทบินโอบกระชับเอวดองอุคก่อนจะยิ้มให้กำลังใจ ดองอุคเข้มแข็งกว่าที่เค้าคิดไว้มากจริงๆ

 

 

“ฉันสัญญาว่าฉันจะดูแลดองอุคให้ดีที่สุด” เมื่อได้บอกสิ่งที่ต้องการจะพูดออกไปแล้ว ทั้งสองคนก็หันหลังกลับ อยู่ๆก็มีลมวูบพัดผ่านพวกเค้าไป ราวกลับเป็นคำตอบรับที่พวกเค้าได้บอกไปเมื่อครู่

 

 

ดองอุคและแทบินต่างหันมายิ้มให้อย่างรู้กัน ก่อนจะกุมมือประสานเดินเคียงข้างไปตามทางเรื่อยๆอย่างมั่นคง

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

ซึงฮยอนและจียงในชุดสีขาวที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ก็จับมือเคียงข้างกัน ยืนมองดองอุคกับแทบินจนลับสายตาไปเช่นกัน

 

 

 

“ขอบคุณฮะพี่”               

 

 

 

 

 

Fin~

 

 

 

+++++++++++++++++++++++

 

 

Talk : กรีสสสสสสสส ในที่สุดบล๊อคนี้ก็มีฟิคมาลงอีกจนได้  ไม่ได้เจอกันนาน คิดถึงทุกคนนะคะ 555

ความจริงฟิคเรื่องนี้แต่งไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว นึกพล๊อตขึ้นมาได้ระหว่างรอลูกชายเสด็จมางานคอสเพลย์ -*-

ตอนจดพล๊อตนี่ไหลลื่นมากเลยนะ แต่แต่งจริงนี่ฝืดเคืองมาก (คนไม่มีฝีมือก็งี้) 5555 ความจริงก็ไม่ถนัดแนวนี้ด้วยแหละ ไม่ชอบอะไรที่มันเศร้าเท่าไรห่ แต่เรื่องนี้ก็คงไม่เศร้ามากเนอะ

 

รู้สึกว่าย่อหน้า มันแปลกๆแต่เดี๋ยวตอนเย็นมาจัดใหม่แล้วกัน ตอนนี้โดน ไอทีจะขบหัวตายแระ

 

ใครอ่านแล้วรู้สึกยังไงคอมเม้นได้นะคะ เดี๋ยวเย็นๆเค้ามาคุยด้วย 5555